ชำระเงินออนไลน์

ในบรรดาสำนักงาน นอกจากโต๊ะทำงาน เครื่องใช้ ครุภัณฑ์ที่ฝ่ายพัสดุหรือจัดซื้อจัดหามาให้แล้ว ปัจจุบันนี้ ต้นไม้ก็ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่เสริมภูมิทัศน์ให้กับองค์กร แต่คุณรู้ไหมว่า องค์กรไม่ต้องมานั่งปลูกและดูแลต้นไม้เหล่านี้เอง เขามีบริษัทให้เช่าต้นไม้ประดับอาคารสถานที่ด้วย

บริษัทที่ทำธุรกิจให้เช่าต้นไม้นี้จะนำต้นไม้มาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน 2 สัปดาห์ต่อครั้ง ดังนั้นพนักงานจึงได้เห็นต้นไม้ในกระถางไม่ซ้ำกัน โดยบริษัทจะให้เช่าต้นไม้เพื่อไปประดับตามอาคารสำนักงาน โรงแรม โรงพยาบาล หรือแม้แต่ตามร้านค้าและบริษัท

ทั้งนี้ก็เพื่อความสดชื่น ดูมีสีสันแต่เนื่องจากองค์กรไม่มีความพร้อมในการดูแล ไม่ว่าจะเป็นเวลา บุคลากร หรือค่าใช่จ่าย จึงใช้วิธีเช่าต้นไม้จากบริษัทแทน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วบริษัทที่ให้เช่าจะดำเนินการอย่างครบวงจร ได้แก่ การเลือกต้นไม้ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมของอาคาร

หรือตามความชอบ ความเชื่อ ฮวงจุ้ยของลูกค้า และมีเจ้าหน้าที่คอยสับเปลี่ยนต้นไม้ทุกๆ  2 สัปดาห์อย่างที่ว่าเพื่อนำต้นไม้นั้นกลับมาดูแล ฟื้นฟูสภาพให้ต้นไม้ดูสวยเขียวสดตลอดเวลา

เพราะต้นไม้ส่วนใหญ่อยู่ในตึก ไม่เคยเจอแดดเจอฝนเลยอาจทำให้เหี่ยวเฉาได้ ซึ่งต้องใช้เวลาดูแล รดน้ำ พรวนดิน ราว 3-4 เดือน จึงกลับมาใช้ได้อย่างสวยงามดังเดิม

สนนราคาก็ไม่ได้แพงอย่างที่คิด ขึ้นอยู่กับขนาด ชนิด และจำนวนของต้นไม้ที่สั่ง เช่น ความสูงมาตรฐาน คือประมาณ 1.2 เมตร ค่าเช่าตก 100-120 บาทต่อเดือน ถ้าขนาดโตกว่านั้นตกต้นละ 200-400 บาทต่อเดือน

สำหรับช่องทางการทำธุรกิจนี้ นอกจากให้สำนักงานเช่าแล้ว ยังมีต้นไม้ให้เช่าในการจัดนิทรรศการ หรือ event ด้วย เช่น ต้นไม้ที่แสดงถึงบรรยากาศแบบไทยๆ ชนบท หรือเน้นหรูหรา หรือแม้แต่งานแต่งงาน งานศพ ก็มีการเรียกใช้บริการเช่นกันซึ่งบริษัทให้เช่าต้นไม้จะมีต้นไม้หลากหลายสาย พันธุ์ให้เลือก

คุยไปคุยมาเรื่องธุรกิจให้เช่า นอกเหนือจากต้นไม้ใบหญ้าแล้ว ยังมีอีกหลายประเภทที่อาจไม่คิดฝันให้เช่าด้วย เช่น เค้กแต่งงานให้เช่า เครื่องเพชร  วิกผมใ คู่เดตให้เช่าก็มี อย่าเพิ่งตกใจไปในเมืองไทยนี่แหละ หรือไม่ลองอ่านอาชีพรับจ้างเที่ยวก็ได้ แล้วจะเห็นว่าอะไรก็เป็นไปได้ ถ้าเรามีความคิดสร้างสรรค์ ทุกอย่างอยู่ที่สมองกับสองมือ ผันเป็นเงินได้ทั้งนั้น

แฟรนไชส์

posted on 08 Oct 2009 16:58 by nadene  in Social

แฟรนไชส์ 

ในความเห็นของผมน่าจะเป็นธุรกิจที่สำเร็จรูปมาแล้ว ทั้งความสำเร็จทั้งการบริหารจัดการ ทั้งต้นทุน กำไร ทำเลที่ตั้ง ครนงาน ปัญหาและทางแก้ปัญหารวมทั้งทีมงานที่จะช่วยให้แฟรนไชส์ที่ซื้อต่อมาประสบ ความสำเร็จ

 

ถ้าซื้อแล้ว ลงทุนแล้วปล่อยให้เราทำเอง แบบนี้ไม่ใช่แฟรนไชส์ เช่นบางบริษัทมาเสนอขายโน่น ขายนี่ให้เราแล้วบอกว่าเป็นแฟรนไชส์แต่ต้นแบบไม่เคยประสบความสำเร็จ หรืออยากทำก็ให้เสี่ยงๆเอาแบบนี้เค้าไม่เรียกว่า แฟรนไชส์ เราแย่แน่

 

ดังนั้นธุรกิจแฟรนไชส์จะต้องประกอบด้วยปัจจัยหลัก 3 ประการคือ 

 

- มีผู้ซื้อและผู้ขายแฟรนไชส์ เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ฝ่าย คือแฟรนไชส์ซอร์และแฟรนไชส์ซี ซึ่งมีการตกลงในการทำธุรกิจร่วมกัน ทั้งมีสัญญาและไม่มีสัญญา แต่ในอนาคตรูปแบบข้อตกลงจะปรับไปสู่ระบบการสร้างสัญญาทั้งหมด เพื่อให้ทั้งระบบแฟรนไชส์ที่มีอยู่ในตลาดถูกต้องตามระบบ เพราะไม่เช่นนั้นแฟรนไชส์ซอร์ที่ไม่ดีจะทำลายระบบด้วย 

 

- เครื่องหมายการค้าหรือบริการ มีการถ่ายทอดเทคโนโลยี ระบบธุรกิจ และเครื่องหมายการค้าเดียวกัน ระบบการจัดการธุรกิจอาจจะเป็นเครื่องมือหรือสูตรที่คิดค้นขึ้นมาเองในการ ผลิตสินค้าหรือบริการ โดยมีมาตรฐานที่อยู่ในตราสินค้าแบรนด์เดียวกัน 

 

- มีการจ่ายค่าตอบแทนอย่างน้อย 2 อย่าง คือ ค่าแรกเข้าในการใช้เครื่องหมายการค้า(Franchise Fee) และค่าตอบแทนผลดำเนินการ (Royalty Fee) 

 

ปัจจุบันนี้ ผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ของคนไทย ที่เป็นเจ้าของธุรกิจมีประมาณ 200 ราย และผู้เข้าร่วมธุรกิจมีประมาณ 6,000 ราย แต่ส่วนใหญ่ของการทำสัญญาแฟรนไชส์นั้นมิได้นำมาจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้ เครื่องหมายการค้า/บริการ ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาอนาคตข้างหน้าผู้เขียนแน่ใจว่า อาจเกิดปัญหาข้อกฎหมายที่พิพาทเกิดขึ้นจำนวนมากอย่างแน่นอนจึงควรหาทางแก้ไข ด้วยการนำสัญญาอนุญาตอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้ามาจด

ทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ที่

http://www.ipthailand.org

 

เอาหละครับอยากรวยก็ต้องลงทุน แต่ต้องเป็นธุรกิจที่ทำแล้วได้ผลดีมีกำไร ใครมีสูตรดีก็เอามาเผยแพร่แล้วก็รับค่าแฟรนไชน์ไป ใครอยากได้ธุรกิจดีๆ ไม่เสี่ยงแต่มีกำไรก็ซื้อแฟรนไชน์ไชน์เค้ามา ต่างคนต่างตอบแทนแบบนี้ครับ ขอให้โชคดีนะครับ